วิธีเติมน้ำหมึกของตรายางหมึกในตัวแบบตลับพลิกและแฟลชแสตมป์ 

บอกลาปัญหาการใช้งานตรายางหรือตราประทับที่ยุ่งยาก ไม่ต้องพกถาดน้ำหมึกไม่ต้องปั๊มลงไปบนถาดน้ำหมึกให้เสียเวลาเพราะปัจจุบันมีตรายางหมึกในตัวตอบโจทย์การใช้งานนมากกว่า ใช้งานสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา แถมยังง่ายต่อการพกพาอีกด้วย ตรายางหมึกในตัวมีสองแบบ คือ แบบตลับพลิกและแบบแฟลชแสตมป์ การเติมน้ำหมึกของตรายางหมึกในตัวง่ายมาก เรามีวิธีการเติมน้ำหมึกมาฝาก 

การเติมน้ำหมึกตรายางหมึกในตัวแบบตลับพลิก 

การเติมน้ำหมึกของตรายางหมึกในตัวแบบตลับพลิกง่ายมาก ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน วิธีเติมคือ กดด้ามตรายางลงเพียงเล็กน้อยจากนั้นให้ดันถาดหมึกออกมาแล้วเติมน้ำหมึกลงไปเสร็จแล้วใส่กลับเข้าไปในด้ามเหมือนเดิม การเติมหมึกจะต้องเป็นหมึกที่ใช้กับตรายางหมึกในตัวแบบตลับพลิกควรตรวจสอบให้แน่ใจ 

การเติมน้ำหมึกตรายางหมึกในตัวแบบแฟลชแสตมป์ 

ตรายางหมึกในตัวแบบแฟลชแสตมป์ หรือตรายางด้ามสปริง วิธีการเติมน้ำหมึกทำได้หลายแบบ

  • ตรายางหมึกในตัวแบบแฟลชแสตมป์รุ่นเก่าจะเติมด้วยวิธีหยด โดยหยดน้ำหมึกลงไปบนหน้ายาง จากนั้นรอให้น้ำหมึกซึมลงไปบนหน้ายางก่อน เช็ดน้ำหมึกส่วนเกินออก การเติมน้ำหมึกในลักษณะนี้อาจเลอะเทอะพอสมควรต้องใช้ความระมัดระวังสูง 
  • การเติมน้ำหมึกตรายางหมึกในตัวแบบแฟลชแสตมป์รุ่นใหม่ ไม่ยุ่งยาก เพียงถอดฝาออก มีรูสำหรับเติมน้ำหมึกด้านบน จึงไม่ค่อยเลอะเทอะเหมือนการเติมแบบแรกหรือรุ่นเก่า อย่างไรก็ตาม อาจพบปัญหาหมึกซึมเฉพาะจุด หมึกไม่กระจายตัว ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนาฟองน้ำแบบใหม่ทันสมัยขึ้นช่วยเพิ่มการกระจายตัวของน้ำหมึกให้ดียิ่งขึ้น สิ่งสำคัญ การเติมน้ำหมึกของตรายางหมึกในตัวแบบแฟลชแสตมป์จะต้องใช้หมึกเฉพาะเท่านั้น หมึกเชื้อน้ำมันกันน้ำ หากน้ำโดนหมึกจะไม่ละลายเลอะเทอะ ไม่เยิ้มแตกต่างจากตรายางแบบตลับพลับที่ไม่กันน้ำ หมึกโดนน้ำแล้วอาจเลอะเทอะได้ง่าย 

ตรายางหมึกในตัวทั้งสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นตรายางหมึกในตัวแบบแฟลชแสตมป์ หรือ ตรายางหมึกในตัวแบบตลับพลับต่างได้รับความนิยมทั้งคู่ ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน ไม่ต้องพกถาดหมึกให้ยุ่งยาก หลายบริษัทหรือหลายองค์กรเปลี่ยนมาใช้ตรายางหมึกในตัวกันแล้วเพื่อให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้นสามารถสั่งผลิตตรายางหมึกในตัวที่มีลวดลายเฉพาะตัวได้เพื่อไม่ให้ซ้ำแบบใคร เช่น ตรายางหมึกในตัวโลโก้บริษัท ตรายางหมึกในตัวโลโก้สินค้า ตรายางหมึกในตัวลายเซ็น ตรายางหมึกในตัวชื่อ-ที่อยู่ เป็นต้น